พนันบอลออนไลน์ ธีรศักดิ์ โพธิ์อ้น – Now You See Me

พนันบอลออนไลน์

โค้ชหนุ่มผู้มีโปรไฟล์ไม่ธรรมดา แต่ไม่เคยเตะตาโดดเด่น – ในวันที่ผลงานของเขาเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ

พนันบอลออนไลน์ ธีรศักดิ์ โพธิ์อ้น มักไม่ใช่คนแรกที่ถูกนึกถึง เมื่อพูดถึงผลผลิตนักเตะจากจังหวัดชลบุรี, อดีตผู้เล่นของ ‘ตรารวงข้าว’ สโมสรฟุตบอลธนานาคารกสิกรไทย อดีตมหาอำนาจลูกหนังเมืองสยาม, กลุ่มแข้งไทยที่ไปแสวงโชคในเอส ลีก สิงคโปร์, สมาชิกทีมธนาคารกรุงไทย (ที่ยังไม่ใช่บางกอกกล๊าส) ชุดแชมป์ไทยลีก, นักเตะชุดประวัติศาสตร์ คว้าแชมป์ลีกสูงสุด ของชลบุรี เอฟซี

ทั้งที่มีไม่กี่คน ที่เป็นทุกอย่างที่ว่ามาทั้งหมดเหมือนเขา

ถัดจากเส้นทางมากสีสันในอดีต ปัจจุบัน ‘โค้ชโจ’ ยังเป็นกุนซือที่คุมทีมในไทยลีกทีมเดียวนานที่สุด (ไม่นับ ซูกาโอะ คัมเบะ ที่เริ่มต้นกับนครราชสีมาตั้งแต่ดิวิชัน 1) เขาพาเชียงราย ยูไนเต็ด ที่ไม่ใหญ่โตจากเมืองเหนือ จบครึ่งบนของตารางได้ตลอด เคยไปได้ถึงรอบรองชนะเลิศ เอฟเอ คัพ เสียด้วย ทั้งที่เพิ่งก้าวขึ้นมาเป็นโค้ชได้ไม่นาน – ภาพการควบบทบาทผู้เล่น-ผู้ฝึกสอนในช่วงหนึ่งน่าจะยังอยู่ในภาพทรงจำของแฟนกว่างโซ้ง

อย่างน้อยในวันนี้เขาควรถูกจดจำว่า ผ่านไป 7 นัด ธีรศักดิ์คือหนึ่งในสองกุนซือที่ยังคง ‘ไร้พ่าย’ ในไทยลีก 2016 (เคียงข้างอเล็กซานเดร กามา ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูง) และถัดจากบรรทัดนี้ คุณจะจำเขาได้มากขึ้น

ถ้าผมเลิกเล่นฟุตบอล ผมจะไม่เป็นโค้ชแน่นอน

“ตอนนั้น (ช่วงหลังจบไทยลีกฤดูกาล 2013) ผมก็เป็นนักเตะ คือเราก็ไม่ได้คิดอะไรนะ เพราะตอนนั้นทาง คุณมิตติ ติยะไพรัช (ประธานสโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด) และ คุณชิตวัน ชินอนุวัฒน์ (ผู้อำนวยการสโมสร) เรียกให้ไปต่อสัญญาฉบับใหม่เพราะตอนนั้นสัญญา 3 ปีของผมจะหมดลงแล้ว เขาก็เรียกให้ผมไปต่อสัญญาอีก 2 ปี ผมก็บอกภรรยานะ ว่าสโมสรเรียกผมไปต่อสัญญา ตอนนั้นก็อายุเยอะแล้ว ก็ดีใจที่สโมสรยังเห็นคุณค่าเรา พอต่อสัญญาเสร็จผมก็กลับบ้าน”

“ตอนนั้นทีมยังไม่มีโค้ช เพราะปีนั้น ทีมได้แยกทางกับเตโก้ (สเตฟาโน คูกูร์รา) กับ เฮงค์ วิสมันน์ แล้วก็ดึงพี่จุ่น (อนุรักษ์ ศรีเกิด) มาคุมทีม ซึ่งตอนนั้น ผมก็ไปเป็นผู้ช่วยด้วย แต่พอหลังจบฤดูกาล พี่จุ่นก็ต้องกลับบางกอกกล๊าส”

“ตอนช่วงพักผ่อน ผอ.ปั๋น (ชิตวัน ชินอนุวัฒน์) โทรมาหาผมบอกทีมยังไม่มีโค้ชเลย ผมก็คิดแบบ ไม่เป็นไร เดี๋ยวช่วยติดต่อกับโค้ชดังๆ ที่ผมรู้จัก ทั้งพี่จเด็จ ทั้งพี่วรวรรณ (ชิตะวณิช) แล้วแจ้งประธานว่าผมติดต่อคนนี้ให้แล้วนะ เขาก็บอกผมว่า แต่ละคนที่ผมเสนอมามีความสามารถนะ แต่มันยังไม่ตรงกับสเปกของสโมสร และเขาก็เรียกผมขึ้นไปคุยที่เชียงราย”

“บอกตามตรงนะว่างงมาก เพราะไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะเรียกเราไปทำไม พอขึ้นมาเสร็จปุ๊ป พี่ฮั่น (มิตติ ติยะไพรัช) ก็บอกผมว่าจะแต่งตั้งผม ต่อหน้านักข่าวเลย คือผมตกใจมาก คือเรารู้แทบจะพร้อมนักข่าวเลย มันอาจจะช็อคเล็กๆ เพราะผมไม่ได้คิดหรือเตรียมตัวอะไรเลยว่าผมจะมาเป็นโค้ช

“พอขึ้นแถลงข่าวปุ๊ป ก็มีคิดคำพูดไม่ออกเหมือนกันนะ คิดว่าตัวเองไม่พร้อม ผมยังอยากเล่นฟุตบอลอยู่ ผมไม่รู้นะว่าสโมสรเห็นอะไรในตัวผม มันคือจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ชีวิต”

“บอกตามตรงผมเคยคิดนะว่าถ้าผมเลิกเล่นฟุตบอล ผมจะไม่เป็นโค้ชแน่นอน ผมก็บอกกับแฟนเรื่องนี้เสมอ เพราะผมร่วมงานกับโค้ชมามากมาย ความกดดันและความคาดหวังก็สูง ผมรู้สึกว่ามันเครียดเกินไป คิดว่าผมไม่อยากเป็น”

“หลังจากนั้นผมมีเวลา 1 เดือน กลับไปทำการบ้านก่อนที่ลีกจะเปิด เชื่อไหม ผมเครียดมาก ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ทำยังไงต่อ เราจะทำได้ไหม ทุกสิ่งมันเข้ามาหมด แต่ทางสโมสรก็พยายามพูดว่าผมทำได้ ใจเย็นๆ ทัศนคติพี่ได้ ตอนเป็นกัปตันทีมก็ทำได้ดี ซึ่งผมไม่รู้เลยเพราะที่ผมทำมันออกมามันเป็นธรรมชาติของตัวผม เขาก็บอกให้ผมเป็นนักเตะด้วยโค้ชด้วย ผมก็โอเค”

“พอเดือนหนึ่งผมเดินไปบอกประธานสโมสรเลยว่า การเป็นโค้ชพร้อมนักเตะมันยากมากนะ ผมขอเป็นโค้ชอย่างเดียวเลยละกัน สโมสรก็บอกว่า พี่โจคำนี้แหละที่ผมอยากได้ยินจากปากพี่ ผมยังจำมาจนถึงทุกวันนี้เลยสำหรับเหตุการณ์นั้น เพราะก่อนหน้านั้นผมยังทำตัวเป็นเด็กอยู่เลย ผมไปตื๊อแบบ ผมอยากเล่นฟุตบอล ยังไม่อยากเป็นโค้ชเลย แต่ตอนนี้ผมรู้สึกมันไม่ใช่ เพราะมันแทบไม่มีเวลาเลย เพราะถ้าแค่จะสอนใคร ผมก็แทบไม่มีเวลาอะไรแล้ว”

แค่สามนัดแรก… เดินไปลาออกเลยครับ

“แค่สามนัดแรกในไทยลีก ปี 2014 เชียงราย ยูไนเต็ด เก็บได้แต้มเดียว (แพ้บางกอกกล๊าส เอฟซี 0-2, เสมอ ปตท.ระยอง 2-2, แพ้ การท่าเรือ 1-2) โค้ชโจ ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้นคนนี้ เดินไปลาออกเลยครับ(หัวเราะ) อันนี้ความลับไม่เคยบอกใครเลยนะ”

“ผมเครียดมาก มีความคาดหวังจากแฟนบอล หลายคนชอบผมในฐานะกัปตัน แต่ไม่ได้เชื่อมั่นในตัวโค้ชโจ มันก็มาสุม สื่อก็พูดอีก บอกผมทำไม่ได้หรอก ตัวผมก็มือใหม่ ตอนนั้นไม่ได้เล่าให้ใครฟังเลยนะ”

“ประธานสโมสรบอกผมว่า พี่ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบคนเดียว สโมสรต้องรับผิดชอบด้วย ทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกัน พี่ไม่ได้ทำงานคนเดียว และผมก็จำมาตลอด”

“เขาบอกอีกว่า พี่กลับไปทำงานหนัก และพรุ่งนี้ก็ทำงานต่อไป แก้ไขสิ่งที่พลาด ต้องขอบคุณมาก ตอนนั้นความเป็นโค้ชมาเลย ทัศนคติชัดเจน ผมสู้ละ ผมจะไม่อ่อนแอจะไม่ผิดพลาดอีกแล้ว จนปีนั้นจบที่ 7 ซึ่งปีนั้น มี 20 ทีมด้วย ถือเป็นอันดับสูงที่สุดของเชียงราย นอกจากนี้บอลถ้วยเอฟเอ คัพ เรายังได้เข้าถึงรอบรองชนะเลิศก่อนจะแพ้บางกอกกล๊่าสที่เป็นแชมป์ในนัดชิง”

“ปีที่ 2 ก็จบที่ 9 มาปีนี้ก็อย่างที่เห็นในปัจจุบัน”

ถ้าเป็นสโมสรอื่นๆ ผมอาจจะไม่ได้เป็นโค้ชที่ทำงานนานที่สุด

“สิ่งสำคัญที่สุด ผมคิดว่าเป็นเรื่องของโอกาสและความเชื่อมั่น สโมสรให้ตรงนี้กับผม ในสองปีผมไม่ได้ดีตลอดเวลา แพ้หลายนัดติดก็มี ถ้าบอร์ดบริหารไม่ทนกับผม ก็คงไม่ได้อยู่มาจนถึงทุกวันนี้”

“ผมจำคำพูดของเฟอร์กี้ (เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน)ได้นะ แกบอกว่าโชคดีที่ทำงานกับประธานสโมสรที่รู้เรื่องบอล หนังสือแกเล่มล่าสุด แกบอกชัดเลยนะ ที่อยู่มาได้ 25 ปี เพราะทำงานกับมาร์ติน เอ็ดเวิร์ดส์ ที่รู้เรื่องบอล มันก็เหมือนผมล่ะ”

“ผมชอบแมนฯ ยู ตั้งแต่เด็ก อ่านหนังสือของเฟอร์กี้ทุกเล่ม ผมรู้สึกว่าบางคำที่มันเหมือนกับผมเลย นั่นก็คือได้ทำงานกับคนที่รู้เรื่องฟุตบอล สโมสรเข้าใจผม รู้ว่าบางช่วงทำไมทีมผลงานไม่ดี นักเตะบาดเจ็บ ถ้าเป็นสโมสรอื่นๆ ผมอาจจะไม่ได้เป็นโค้ชที่ทำงานนานที่สุด เขาอาจจะเอาผมออกไปแล้วก็ได้”

“เรื่องที่สอง ผมคือโค้ชรุ่นใหม่ ผมต้องเรียนรู้ตลอดเวลา เมื่อไหร่ที่ผมรู้ว่ายังไม่ดี อันไหนที่ผมไม่รู้ ผมจะต้องรู้ให้ได้ โค้ชจำเป็นต้องแก้ไขและเรียนรู้ตลอดเวลา และจะไม่ยอมแพ้สองนัดติดเลย อย่างที่เห็นในปีแรก เพราะผมเรียนรู้และพยายามปรับปรุงงานตลอดเวลา”

“เรื่องที่สามคือเรื่องทีมงาน ผมมี(วิชาญชัย หาทรัพย์)อดีตผู้ช่วยโค้ชแต๊ก (อรรถพล ปุษปาคม) ที่เป็นรุ่นพี่ผมที่(กรุงเทพ)คริสเตียน เขาก็ช่วยผมได้เยอะ เพราะเขามีประสบการณ์มากมายที่บุรีรัมย์ อันดับสุดท้ายก็คือนักเตะ เขารู้จักผมดี และทำให้ผมทำงานได้ง่าย ที่จริงผมเป็นคนที่ดุนะในเวลาซ้อม ไม่ยอมปล่อยผ่าน ทีมอื่นอาจจะไม่เข้าใจ นักเตะมาใหม่เขาอาจจะปรับตัวไม่ได้ แต่เขาก็พยายามและก็ทำงานหนักร่วมกับผม”

ถ้าคุณชนะความกดดันไม่ได้ เป็นโค้ชไม่ได้เลย

“ผมบอกเลยว่าสำคัญที่สุดคือต้องแบกรับความกดดันให้ได้ ใครไม่เป็นโค้ชไม่รู้ มันมหาศาลจริงๆ ถ้าคุณชนะความกดดันไม่ได้ เป็นโค้ชไม่ได้เลย ผมนี่หนักเลยนะ ผมไม่ได้เริ่มจากอคาเดมี หรือลีกรอง ผมเริ่มปุ๊ป เจอไทยลีกเลย ซึ่งมีแต่ทีมระดับเสือ สิงห์ กระทิง แรดทั้งนั้น ผมบอกเลยว่าความกดดันสูงลิบเลย และมันเป็นเหมือนวัคซีนที่ทำให้ผมแข็งแกร่ง”

“ยากลำบากที่สุดก็คือช่วงเวลาที่บอลแพ้ แท็คติคที่เราวางลงไป และทีมแพ้ตลอด มันก็มีเรื่องความเชื่อมั่น เราต้องพยายามนะ พยายามให้เด็กยังคงเชื่อมั่นในตัวเรา มันลำบากแต่ผมผ่านมันมาได้ มันมีหลายเคสนะ นักเตะบางคนคิดทำไมไม่ได้ลงเล่นล่ะ ทำไมใช้แท็คติกนี้ เราต้องยืนหยัดและทำให้เด็กเห็นว่า เชื่อผมเถอะ เดี๋ยวเราจะกลับมาชนะเอง นักฟุตบอลทุกคนร้อยพ่อ พันแม่ เราจะคุมยังไงให้ทุกคนศรัทธาเรา แม้วันนั้นจะแพ้ ให้คิดว่าตามพี่โจไปเถอะ เดี๋ยวพี่โจจะพาไปจุดที่ถูกต้องได้”