แทงฟุตบอลออนไลน์ : 5 เหตุผลที่ไม่ควรพลาดชมเกม ไทย-ยูเออี

แทงฟุตบอลออนไลน์

ช้างศึกโฉมใหม่ กับเกมที่ยังมีความหมายมากมายซ่อนอยู่ โดยเฉพาะการลุ้น 3 แต้มแรกในประวัติศาสตร์ รอบ 12 ทีมคัดบอลโลกเอเชีย ที่อาจจะเกิดขึ้นในสนามราชมังฯ

แทงฟุตบอลออนไลน์ พลพรรคช้างศึก ชวดตั๋วไปลุยฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย 2018 ที่ประเทศรัสเซีย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากผลงานมี 1 คะแนนจาก 7 นัด

นำมาซึ่งการขอยุติบทบาทของ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือผู้สร้างปรากฏการณ์ เปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ ภายใต้การคุมบังเหียนของ “มิโลวาน ราเยวัช” เฮดโค้ชชาวเซอร์เบียน

สามเกมที่เหลือ ในรอบคัดเลือก 12 ทีมสุดท้าย โซนเอเชีย จึงยังคงมีความหมายอย่างยิ่ง ต่อทั้งกับตัวโค้ช ผู้เล่น รวมถึงแฟนฟุตบอลชาวไทย และนี่คือ 5 เหตุผลที่คุณไม่ควรพลาดชมเกม ไทย- ยูเออี ด้วยประการทั้งปวง

งานแรกของมิโล

มิโลวาน ราเยวัช

อดีตเทรนเนอร์ผู้พา กานา ทะลุเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2010 แสดงให้เห็นถึงแรงกระหายที่มีเต็มเปี่ยมบนวัย 63 ปี นับตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งเมื่อช่วงต้นเดือน พ.ค.

“โค้ชมิโล” เรียกนักเตะทั้ง 35 รายเข้ามาเก็บตัว เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการลงเล่นเกมกระชับมิตร กับ อุซเบกิสถาน ต่อด้วยการประเดิมงานแรกอย่างเป็นทางการ ด้วยการเปิดบ้านรับมือ ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา มิโล พร้อมด้วยทีมงาน ได้ทำการหาข้อมูล ศึกษาคู่แข่ง ควบคู่ไปกับตระเวนดูนักเตะถึงขอบสนามด้วยตัวเอง เพื่อให้งานแรกของเขาออกมาดี และสร้างความประทับใจแก่แฟนบอล แน่นอนว่า คงไม่มีโค้ชคนไหนในโลก ที่ต้องการเปิดตัวการคุมทีมด้วยความปราชัย

ดังนั้น เราน่าจะได้เห็นยุทธวิธีการเล่นใหม่ๆของ ทีมชาติไทย ที่แตกต่างออกไป ด้วยเฉพาะการแก้ปัญหาเรื่องการเสียประตู กึ๋นในการแก้เกม การเลือกนักเตะ รวมถึงการดึงศักยภาพผู้เล่นไทยออกมาใช้งาน

และด้วยประสบการณ์การคุมอย่างโชกโชนของ ราเยวัช น่าจะเข้ามาเติมเต็ม และทำให้เราเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นในเกมกับ ยูเออี

โฉมใหม่ช้างศึก

ทีมชาติไทย

โค้ชใหม่ มาพร้อมกับเรียกนักเตะหน้าใหม่ โดยมีถึง 7 ราย ที่ไม่เคยถูกเรียกติดทีมชาติชุดใหญ่มาก่อน อาทิ เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว, พรรษา เหมวิบูลย์, เควิน ดีรมรัมย์ รวมถึงยังเรียกนักเตะที่เคยหลุดจากทีมชุดก่อนอย่าง ธีรเทพ วิโนทัย, สรรวัชญ์ เดชมิตร, ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน กลับมามีชื่อติดธงอีกครั้ง

นั่นทำให้ มิโล ได้รู้จักและสัมผัสผู้เล่น ทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ ซึ่งเวลาที่เหลืออยู่ทุกคนทั้ง 35 คน ต่างต้องพยายามพิสูจน์ตัวเอง แข่งขันกันในสนามซ้อม เพื่อแย่งชิงโอกาสในการเป็น 23 คนสุดท้าย และ 11 คนแรก ที่จะได้ลงสนามในเกมฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก กับ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ประกอบกับ แท็คติก ระบบการเล่น รูปแบบการซ้อม และทุกอย่างที่เปลี่ยนไป น่าจะทำให้เราได้เห็นผู้เล่นหน้าใหม่บางรายลงมาวาดลวยลาด รวมถึงยังเป็นครั้งแรกที่ทุกคนจะได้ยลชม “ฟุตบอลในแบบฉบับของราเยวัช” อีกด้วย

จึงน่าติดตามอย่างยิ่งว่า ท้ายที่สุดใครจะได้เป็น 11 ตัวจริง? แล้วรูปเกม ผลการแข่งขันจะออกมาเป็นอย่างไร

ข่าวอื่นๆ | ติดตามข่าว ฟุตบอลทีมชาติ เพิ่มเติมที่นี่

ฟีฟ่า แรงกิ้ง ยังสำคัญ

ไทย – ญี่ปุ่น

3 นัดต่อจากนี้ อาจจะไม่สามารถช่วยให้ ไทย ผ่านไปเล่นรอบสุดท้าย ฟุตบอลโลกได้ แต่ต้องไม่ลืมว่า “ช้างศึก” ยังมีโอกาสที่ดีมากๆ ในการสะสมคะแนน เนื่องจากเป็น 1 ใน 12 ทีมสุดท้ายของทวีปที่ได้ลงเล่นรอบนี้

ดังนั้นทุกแต้ม ทุกนัด จึงยังคงมีความสำคัญ โดยปัจจุบัน ทีมชาติไทย รั้งอันดับ 129 ของโลก และอันดับ 20 ของเอเชีย มีคะแนนสะสม 245 คะแนน ซึ่งหากดูจากชาติที่มีอันดับโลกดีกว่าเรา ทั้ง 128.คีร์กีซสถาน (250 คะแนน) 127.ฟิลิปปินส์ (254 คะแนน) 124.ปาเลสไตน์ (265 คะแนน) ชาติเหล่านี้ล้วนไม่ได้ผ่านมาไกลถึงรอบสาม

ดังนั้นถ้า ช้างศึก สามารถเก็บผลชนะหรือเสมอก็ดีจาก 3 นัดเกมระดับเอเชีย บวกกับการได้ลงเล่นเกมอุ่นเครื่องทำผลงานได้ดีอย่างเสมอสม่ำเสมอ ตามปฏิทินฟีฟ่าเดย์ เชื่อว่า ไทย เองก็มีโอกาส ค่อยๆขยับอันดับโลกขึ้นมาเช่นกัน อย่างน้อยๆ ในอนาคตอันใกล้ เราอาจจะได้เห็น ไทย แซงชาติเหล่านี้ขึ้นมาก็ได้

ลุ้น 3 แต้มประวัติศาสตร์

ทีมชาติไทย

ช้างศึก ผ่านเข้ามาถึงรอบ 10-12 ทีมสุดท้ายเอเชีย ได้เป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ น่าเสียดายที่ ไทย ยังไม่เคยเก็บชัยชนะได้เลย แม้แต่นัดเดียวจากการเล่นรอบนี้

โดยครั้งแรกที่ ช้างศึก ผ่านมาถึงรอบนี้ เกิดขึ้นใน ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 2002 ยุคที่ ปีเตอร์ วิธ คุมทีม ครั้งนั้น ไทย เสมอคู่แข่งได้ถึง 4 จาก 8 นัด จบอันดับสุดท้ายของกลุ่ม จนมาถึงรอบคัดเลือก รอบสาม ครั้งล่าสุด ผ่านมา 7 เกมแรก ไทย ทำได้แค่เสมอคู่แข่งนัดเดียว แพ้ถึง 6 นัด และยังคงต้องรอ 3 คะแนนประวัติศาสตร์ต่อไป

ซึ่งเกมนี้ ไม่ใชแค่ ทีมชาติไทย ที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งโค้ชและผู้เล่น คู่แข่งอย่าง ยูเออี ก็ได้ทำการเปลี่ยนแม่ทัพ จาก มะห์ดี อาลี ที่ขอลาออกจากเก้าอี้ มาเป็น เอ็ดการ์โด เบาซ่า อดีตนายใหญ่ทีมชาติอาร์เจนติน่า

ฟอร์มการเล่น สองนัดหลังสุดของ ยูเออี แพ้ ญี่ปุ่น คาบ้าน 0-2 และแพ้เกมเยือน ออสเตรเลีย 2-0 รั้งอันนดับ 4 ของกลุ่ม มี 9 คะแนน ตามหลังทีมอันดับ 2 ซาอุดิอาระเบีย ไกลถึง 7 แต้ม และอันดับ 3 ออสเตรเลีย 4 แต้ม (เอเชียได้ตั๋ว 4 ใบครึ่ง)

ดังนั้นการมาเยือนไทยครั้งนี้ ยูเออี จึงแบกความกดดันและความคาดหวังสูงในการลุ้นเข้ารอบสุดท้ายมาด้วย ส่วน ช้างศึก นั้นตกรอบไปแล้ว ไร้ซึ่งความกดดันใดๆ แถมยังมาด้วยลุคส์ที่แปลกตาไป ทั้งโค้ช-ผู้เล่น-ระบบใหม่ โดยเป้าหมายของไทยในเกมนี้ คือเล่นเพื่อพิสูจน์ตัวเอง เล่นเพื่อศักดิ์ศรี และหากทำได้สำเร็จ คว้า 3 แต้มแรกมาได้ นี่จะกลายเป็นอีกหนึ่งประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของทีมชาติไทย

ช้างศึกยังแกร่งในรัง

ทีมชาติไทย

“นักรบคนที่สิบสอง” ยังคงสำคัญและมีความหมายต่อทุกศึกของทีมชาติไทย

ย้อนกลับไปในรอบ 10 ทีมสุดท้าย โซนเอเชีย ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 2002 “ช้างศึก” สามารถยันเสมอคู่แข่งได้ถึง 3 จาก 4 เกมในบ้าน (เสมอ อิรัก, บาห์เรน, อิหร่าน) ขณะที่ครั้งล่าสุด 1 คะแนนเดียวจาก 7 เกม เกิดขึ้นที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ในเกมที่ยันเจ๊าทีมแกร่งอย่าง ออสเตรเลีย 2-2

หากย้อนไปใน รอบคัดเลือก รอบสอง ไทย เคยตามหลัง อิรัก 0-2 แต่ด้วยเสียงเชียร์และกำลังใจจากแฟนบอลที่มาชมเกมกันเต็มความจุ มีส่วนช่วยปลุกนักเตะช้างศึกให้ฮึดและพลิกสถานการณ์กลับมาตีเสมอ 2-2 กลายเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่พา ไทย ผ่านมาถึงรอบสาม รวมถึงอีกหลายๆนัดที่ ไทย กลับมาได้ ก็ด้วยแรงเชียร์จากแฟนบอลที่เข้ามาสร้างบรรยากาศในรังเหย้าของเรา

ดังนั้นเกมนี้ แม้ภาพรวมอาจดูเป็นรอง แต่เชื่อว่าหาก นักฟุตบอลทั้ง 11 คน ยังคงได้รับแรงเสียงเชียร์และพลังใจจากผู้เล่นคนที่ 12 พวกเขาก็พร้อมที่จะวิ่ง และไม่ยอมให้คู่แข่งเข้ามาคว้าชัยออกไปบ้านเราได้ง่ายๆ

ไม่แน่ว่า แฟนบอลทุกคนในสนามราชมังคลากีฬาสถานวันนั้น อาจจะได้ร่วมเป็นหนึ่งในสักขีพยานกับชัยชนะครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ ช้างศึก ของรอบนี้ก็เป็นได้