Royal1688 ‘ชาริล-สุพรรณ-เมืองทอง’ ใครได้ ใครเสีย ใครคุ้ม

Royal1688

สิ้นสุดมหากาพย์ ‘เทพบุตรลูกหนังเมืองไทย’ หลังกิเลนยอมสลับขั้วแลก แนวรับอนาคตไกล กับ ชัปปุยส์ ที่เหลือสัญญาครึ่งปี ดีลนี้ใครคุ้มกว่ากัน?

Royal1688 ในที่สุด เรากำลังจะได้เห็น ชาริล ชัปปุยส์ ในยูนิฟอร์มสีแดงย้อนยุคของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ช่วงเลกสองนี้ – แม้ว่า กิเลนผยอง ต้องแลกมาด้วยการยอมเฉือนเนื้อสละ กองหลังดาวรุ่งอนาคตไกลให้กับ สุพรรณบุรี เอฟซี

“ชาริล ชัปปุยส์” ชื่อนี้คงไม่ต้องบรรยายถึงความโด่งดังและความเป็น ซูเปอร์สตาร์ ถ้าเป็นกับวงการบันเทิง เขาก็คือพระเอกแห่งบอลไทยเลยก็ว่าได้

เขามี หน้าตาอันหล่อเหลา มาพร้อม ดีกรีฟุตบอลที่ไม่ธรรมดา เคยผ่านการคว้าแชมป์โลก ยู-17 กับทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์, แจ้งเกิดกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และโด่งดังสุดขีด กับการเล่นทีมชาติไทย ในยุคของ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ทั้งระดับ ยู-23 และชุดใหญ่

สุพรรณบุรี เอฟซี จึงกลายเป็นทีมที่น่าอิจฉามากๆ ในช่วงเลก 2 ฤดูกาล 2014 จากการได้ตัว มิดฟิลด์หน้าหล่อจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาร่วมทีมแบบฟรีๆ ขณะที่เจ้าตัวเหลือสัญญากับ ปราสาทสายฟ้า 6 เดือน ต่อมา ชาริล ได้เซ็นสัญญากับ ช้างศึกยุทธหัตถี อย่างเต็มตัว หลังจบซีซั่นดังกล่าว

ชาริล ชัปปุยส์

ในโชคดียังมีโชคร้าย ชาริล ชัปปุยส์ ตรวจพบอาการบาดเจ็บติดตัวมาจากกรำศึกหนัก ก่อนช่วงเปิดฤดูกาล 2015 และมันรุนแรงเกินกว่าที่เขาคาดคิดไว้ จนต้องปิดเทอมยาว… 3 เดือนเต็มที่เขาเดินไม่ได้ 8 เดือนที่หย่าขาดกับฟุตบอล และต้องอดทนรอคอยถึง 1 ปี 4 เดือน 19 วัน กว่าจะกลับมาลงสนามได้อีกครั้ง เมื่อช่วงปลายเลกแรก ฤดูกาล 2016

จนมาถึงช่วงตลาดซื้อขาย เลกแรก 2017 “ชัปปุยส์” ถูกเชื่อมโยงกับ เมืองทองฯ อีกครั้ง หลังจาก กิเลนผยอง กวาดนักเตะดีกรีทีมชาติจาก บีอีซี เทโรศาสน มายกเซ็ท 5 ราย อีกทั้งอายุสัญญาของ ชาริล เหลือเพียง 1 ปี และกระแสข่าวยิ่งโหมแรงมากขึ้น เมื่อ สารัช อยู่เย็น ได้รับบาดเจ็บหนักต้องพักรักษาตัวยาวนานในเกมกับ สุโขทัยฯ ขณะที่เจ้าของเสื้อเบอร์ 7 อย่าง ดัสกร ทองเหลา ก็ถูกปล่อยออกจากทีม

ในห้วงเวลานั้น ไม่ได้มีแค่ กิเลนผยอง ทีมเดียวที่ต้องการ และพร้อมทุ่มเงินคว้าตัว ชัปปุยส์ ออกมาจากถิ่นเมืองเหน่อ… แต่ท้ายที่สุดก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะทาง สุพรรณบุรี เอฟซี ยืนยันเสียงแข็งว่า ไม่ต้องการขายนักเตะคนสำคัญออกไป และทีมก็ไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงิน แม้ว่าที่ผ่านมา จะหมดเวลาไปเกือบครึ่งหนึ่งของสัญญา 3 ปี กับรักษาอาการบาดเจ็บของ ชาริล ชัปปุยส์

ช้างศึกยุทธหัตถี จึงตัดสินใจเก็บตัว ชาริล ชัปปุยส์ ไว้ในเลกแรก ซึ่งว่ากันตามตรง ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาดีที่สุด ที่ สุพรรณบุรี จะขายสตาร์รายนี้ ด้วยมูลค่าการย้ายทีม 8 หลักได้อย่างไม่มีปัญหา หากพวกเขาคิดจะขายจริงๆ…

ชาริล ชัปปุยส์

แต่ สุพรรณบุรี เองก็ยังมีความเชื่อว่า จะสามารถรั้ง สตาร์อันดับ 1 ให้จรดปากสัญญาใหม่อยู่กับทีมต่อไปได้ ท่ามกลางความเสี่ยงที่อาจจะไม่ได้ค่าตัวเลยแม้แต่แดงเดียว หาก ชัปปุยส์ ตอบเซย์โน และรอย้ายทีมตอนหมดสัญญา ตามกฏบอสแมน (นักฟุตบอลสามารถเจรจากับย้ายทีมได้ฟรี หากเหลือสัญญา 6 เดือน)

เลกแรกผ่านไป… เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กลับมาสนใจเจรจาคว้าตัว ชาริล ชัปปุยส์ อย่างจริงจังอีกครั้ง หลังมิดฟิลด์วัย 25 ปี ตัดสิใจ ไม่ต่อสัญญาฉบับใหม่ สถานการณ์ตอนนั้น ช้างศึกยุทธหัตถี เหลือทางลือกเพียง 2 ทาง 1.ขายทิ้งก่อนปิดตลาดซื้อขายเลกแรก 2.เก็บไว้จนหมดสัญญาเลกสอง แล้วปล่อยตัวไปแบบฟรีๆ

สุพรรณบุรี เลือกช้อยส์แรก แต่เปลี่ยนเงื่อนไข จากค่าตัว มาเป็นการแลกผู้เล่น ในตำแหน่งที่ต้องการ หวยออกมาที่ สุพรรณ ทองสงค์ กองหลังดาวรุ่งของเมืองทอง ที่ซีซั่นนี้ ตกเป็นเพียงตัวสำรอง ลำดับที่ 4 ต่อจาก เซลิโอ, อาโอยามะ, อดิศร พรหมรักษ์ โดยเขาเพิ่งได้รับโอกาสลงสนามไปเพียง 6 (ตัวจริง 3 นัด สำรอง 3 นัด) เท่านั้น

สุพรรณ ทองสงค์

ดีลดังกล่าว ทำท่าว่าจะไม่จบง่ายๆ เมื่อมาสะดุดตรงที่ เมืองทองฯ พร้อมปล่อยตัว สุพรรณ ทองสงค์ แต่ต้องไปในเงื่อนไขสัญญายืมตัว 1 ปีครึ่ง ทว่าทางสุพรรณบุรี ที่ยังมีอำนาจต่อรองอยู่ ยื่นคำขาดที่ต้องการตัว สุพรรณ ทองสงค์ ด้วยสัญญาขายขาด 4 ปีครึ่ง เพราะมองว่า ชาริล สามารถคืนกำไรให้กับเมืองทองฯ ได้มหาศาลหลังปล่อยตัวออกไป… ทำให้การเจรจา ยืดเยื้อไปพอสมควร และไม่ปรากฏชื่อของ ชาริล ชัปปุยส์ ในงานแถลงข่าวเปิดตัวนักเตะใหม่ เลกสอง ของ เมืองทองฯ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (16 มิถุนายน)

ความจริง กิเลนผยอง สามารถคว้าตัว ชัปปุยส์ โดยที่ไม่ต้องเสีย สุพรรณ ทองสงค์ ก็ได้ พวกเขาแค่รอตลาดซื้อขายเลกสองปิดทำการ สิ้นเดือน ก.ค. นี้ เพื่อเข้าสู่ช่วงเวลาเจรจา ตามกฏบอสแมน

แต่ เมืองทอง รู้ดีว่าไม่ได้มีแค่ พวกเขาทีมเดียวที่อยากได้ตัว “ชัปปุยส์” ทีมใหญ่อย่าง แบงค็อก ยูไนเต็ด, เชียงราย ยูไนเต็ด ต่างเฝ้ารอให้ถึงช่วงเวลาดังกล่าว หลังจากที่ ผู้บริหารสโมสรทั้งสองสโมสร แสดงท่าทีที่สนใจเช่นกัน แถมบรรดาทีมคู่แข่งเหล่านี้ ต่างมีพลังเงินพร้อมจ่ายค่าเซ็นและทุ่มค่าเหนื่อย แบบเต็มที่ เพื่อนำมาให้ ชาริล ชัปปุยส์ พิจารณา

และเมื่อถึงตอนนั้น ก็ยากที่จะคาดเดาได้ว่า ข้อเสนอของใครจะโดนใจ และทีมใดจะได้ตัว ชัปปุยส์ ไปร่วมทีมในฤดูกาล 2018

ชนาธิป สรงกระสินธ์ – ชาริล ชัปปุยส์

นอกจากนี้ ช่วงเลกสอง ซีซั่นนี้ เมืองทองฯ ยังต้องเสีย ชนาธิป สรงกระสินธ์ กองกลางตัวรุกคนสำคัญ ให้กับ คอนซาโดเล ซัปโปโป ยืมไปใช้งาน นั่นทำให้ พวกเขาจำเป็นต้องมีแผงมิดฟิลด์ ที่เพิ่มปริมาณมากขึ้น และเป็นกองกลางที่ขยับมาเล่นตัวรุกได้ แม้หลายคน จะมองว่า เมืองทองฯ มีกองกลางเยอะแล้วก็จริง แต่กับ ‘ชัปปุยส์’ สิ่งที่ได้กลับมานั้น มันมีมากกว่าแค่เรื่องของ แท็คติก และผลงานในสนาม

อย่างที่ทราบดีว่า ชัปปุยส์ มีมูลค่าทางการตลาดที่สูงจริงๆ เมื่อเทียบกับนักฟุตบอลไทยคนอื่นๆ ชาริล เคยผ่านงานมาหมดแล้ว ทั้ง โฆษณา, เอ็มวี, อีเวนต์, ถ่ายแบบ, พรีเซนเตอร์แบรนด์ต่างๆ อีกนับไม่ถ้วน เคยได้รับการจับอันดับจาก Blick สื่อกีฬาบ้านเกิด ให้เป็นนักกีฬาชาวสวิตเซอร์แลนด์ ที่มีความนิยมสูงสุดอันดับ 2 เป็นรองแค่ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ คนเดียวเท่านั้น เขาทรงอิทธิพลอย่างมาก โดยเฉพาะในโซเซียลมีเดีย มีผู้ติดตามไอจีของ ชัปปุยส์ สูงถึง 1.46 ล้านคน

ดังนั้นการได้ตัว ชาริล ชัปปุยส์ มาร่วมทีม จึงเป็นการทำให้ แบรนด์ของ เมืองทองฯ แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ภาพลักษณ์ มูลค่าทีมสูงขึ้นด้วย นี่ยังไม่รวมถึง รายได้จากยอดขายเสื้อ, แฟนบอลหน้าใหม่ที่เข้ามาชมเกม หรือสนับสนุนสินค้าสโมสร หรือแม้แต่ เม็ดเงินจากผู้สนับสนุนสโมสรทั้งเก่าและใหม่ ที่น่าจะเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว หลังได้ตัว ชาริล ชัปปุยส์ มาร่วมทีมเมืองทอง

จึงไม่แปลกที่ เมืองทอง จะมองว่า การดีลครั้งนี้พวกเขา คุ้มค่า และจะได้ผลตอบแทน กำไรคืนมาในไม่ช้า ซึ่งก็ต้องยอมรับตามตรงว่า ชัปปุยส์ ตอบโจทย์จุดนี้ให้กับทีมได้มากกว่านักเตะทีมชาติรายอื่นๆ ภายในทีม หากถึงวันที่ต้องเสีย ชนาธิป ไปต่างแดน 1 ปีครึ่งตามสัญญา

แต่เมื่อกลับมานั่งทบทวนในอีกมุมหนึ่ง การที่ เมืองทองฯ ยอมแลกตัว สุพรรณ ทองสงค์ ไปให้กับ สุพรรณบุรี เอฟซี ที่เหลืออำนาจต่อรองอีกเพียงแค่ไม่กี่สัปดาห์ (หลังตลาดซื้อขายเลกสองปิด) ก่อนที่ ชัปปุยส์ จะขึ้นสถานะ “รอย้ายฟรี” ตามกฏบอสแมน.. ก็ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ดีลนี้คุ้มค่าจริงไหม ทั้ง ระยะสั้นและระยะยาว

ชาริล ชัปปุยส์

ในระยะสั้น การขาด สุพรรณ ทองสงค์ จะทำให้ เมืองทองฯ เหลือเซ็นเตอร์แบ็กอาชีพ เพียง 3 ราย (เซลิโอ, อาโอยามะ, อดิศร) แถมในช่วงเลกสอง กิเลนผยอง ยังต้องมีโปรแกรมลงเล่นทั้ง 3 เมเจอร์หลักของไทย ทั้ง โตโยต้า ไทยลีก, ช้าง เอฟเอ คัพ และ โตโยต้า ลีก คัพ

ลองจินตนาการเล่นๆ ว่าสมมุติ มี เซ็นเตอร์ 1 คนได้รับบาดเจ็บ และอีก 1 คนติดโทษ พวกเขาจะเหลือ เซ็นเตอร์แบ็กอาชีพแค่รายเดียว หากโชคร้ายกว่านั้น ถ้านักเตะตำแหน่งนี้ เกิดเจ็บหรือถูกแบนในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน 2-3 คน เกมรับของ เมืองทองฯ คงต้องเจอปัญหาใหญ่อย่างแน่นอน กับโปรแกรมที่เหลืออยู่

ส่วนในระยะยาว การหา กองหลังสายเลือดไทย ที่ดีพอจะค้าแข้งให้กับทีมระดับเมืองทอง ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ดังนั้นการหาตัวแทนคนไทย ที่สมน้ำสมเนื้อ หรือดีกว่า สุพรรณ ทองสงค์ คงต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร เพราะอย่างน้อยที่สุด แต่ละทีมต่างล้วนไม่อยากเสียกองหลังคนไทยฝีเท้าดีออกจากทีม โดยเฉพาะ ใน่ชว่งเลกสอง ที่เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของฤดูกาล

ขณะที่ฝั่งของ สุพรรณบุรี เอฟซี พวกเขาก็ถูกตั้งคำถามเช่นกัน ถึงผลดี และผลกระทบ จากดีลครั้งนี้่ อย่างที่ทราบดีว่า แบรนด์ของทีม แข็งแกร่งขึ้นมาก นับตั้งแต่มี ชาริล ชัปปุยส์ เข้ามาเป็นสมาชิกทีมเมืองเหน่อ จนทำให้ ชัปปุยส์ กลายเป็นภาพจำของสโมสร

ชาริล อยู่ในแทบทุกการโปรโมต การประชาสัมพันธ์ของทีม เป็นจุดขายที่สร้างมูลค่าให้กับทีม ในการทำธุรกิจ มาตลอด 4 ปีที่ผ่านมา รวมถึงผลงานในสนาม ช่วงที่ไม่มีอาการบาดเจ็บรบกวน เขายังจัดเป็นหนึ่งในกองกลางที่มีบทบาทกับทีมมาก จะเรียกว่าเป็น จุดศูนย์กลางของ สุพรรณบุรี ก็ว่าได้ เพราะด้วยรัศมีความเป็นสตาร์ของ ชัปปุยส์ ก็ต้องยอมรับตามตรงว่า เขาดูโดดเด่นกว่าทุกคนในทีมจริงๆ แม้ซีซั่นนี้อาจจะมีบางช่วงที่ฟอร์มตกไปบ้าง จนไม่ถูกเรียกติดทีมชาติ

ดังนั้น หาก สุพรรณบุรี เอฟซี ไร้เงา เทพบุตรลูกหนัง รายได้ที่เคยตามมาจาก นอกสนาม ก็จะหายไปอย่างแน่นอน แถมในแง่แท็คติก ทีมยังจะขาดกองกลางตัวหลักไป 1 ราย จากเดิมที่มี กองกลางใช้งานจำกัดอยู่แล้ว…

ความจริง ช้างศึกยุทธหัตถี เองก็แสดงท่าทีชัดเจนมาตลอด ว่าไม่ต้องการขาย กองกลางรายนี้ พวกเขาได้ปฏิเสธทุกข้อเสนอที่เข้ามาในช่วงที่ผ่านมา

สุพรรณ ทองสงค์ – ชาริล ชัปปุยส์

แต่ในเมื่อสถานการณ์มาถึงจุดที่พวกเขา กำลังจะเสียอำนาจต่อรอง ไปแบบไม่ได้อะไรเลย สุพรรณบุรี เอฟซี จึงต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อเป็นทางออกที่ดีสุดสำหรับเรื่องนี้ ท้ายที่สุด จึงลงเอยด้วยการได้ตัว “สุพรรณ ทองสงค์” มาแทน ชาริล ชัปปุยส์

หากต้องเปรียบกันแล้ว สุพรรณ ทองสงค์ เป็นนักฟุตบอลที่ดี เก่ง และมีอนาคต แต่คงไม่สามารถทดแทน ชัปปุยส์ ได้แน่นอน ไม่ว่าจะด้วยเรื่องในหรือนอกสนาม เพราะทั้งคู่มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ไล่มาตั้งแต่ตำแหน่งการเล่น ความมีชื่อเสียง ภาพลักษณ์ รวมถึงจุดเด่น จุดด้อย สไตล์การเล่นก็ไม่เหมือนกันเลยแม้แต่น้อย

แต่กระนั้น ก็ยังมีบางสิ่งที่ทำให้ สุพรรณบุรี เอฟซี รู้สึกว่าพวกเขาคุ้มค่ากับ ดีลครั้งนี้ ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว

ในระยะสั้น สุพรรณ ทองสงค์ จะเข้ามาแก้ปัญหาหลัก ของ ช้างศึกยุทธหัตถี ในเรื่องของเกมรับ โดยสถิติช่วงเลกแรก สุพรรณบุรี เสียประตูถึง 29 ลูก จาก 17 เกม เฉลี่ยนัดละ 1.7 ลูก และเก็บคลีนชีตได้เพียง 2 นัด กลายเป็นทีมที่เกมรับแย่สุด เป็นอันดับ 7 ของลีก ทั้งที่เกมรุกของ สุพรรณบุรีฯ ก็สามารถทำประตูได้เท่ากับ ทีมอันดับ 5 อย่าง ชลบุรี เอฟซี ที่ 26 ลูก ส่งผลให้ ช้างศึกยุทธหัตถี ยืนอยู่ในโซนครึ่งล่างของตารางคะแนน หลังจบการแข่งขันเลกแรก

สุพรรณ ทองสงค์

การย้ายมาร่วมทีม สุพรรณบุรีฯ ครั้งนี้ น่าทำให้ แนวรับเด็กสร้างของกิเลนผยอง ได้รับโอกาสลงสนามต่อเนื่องมากกว่าสมัยค้าแข้งกับทีมเก่า เพราะหากวัดกันตามเนื้อผ้าแล้ว สุพรรณ ทองสงค์ น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า กองหลังตัวเก่าๆอย่าง มาร์เซโล ซาเวียร์, ประธาน แม้นศิริ, คมกริช คำโสกเชือก, อภิสิทธิ์ คำวัง แถมยังเป็นการการแก้ปัญหา การขาดกองหลังฝีเท้าดี ในระยะยาวของสุพรรณบุรี ได้อีกด้วย เพราะอย่าลืมว่า สุพรรณ ทองสงค์ เพิ่งอายุแค่ 22 ปี ยังเหลืออายุการใช้งานอีกยาวนาน และพัฒนาฝีเท้าไปได้มากกว่านี้ หากได้ลงเล่นสม่ำเสมออย่างเช่นฤดูกาลก่อน

ดังนั้นดีลสลับขั้วของ ชาริล ชัปปุยส์ กับ สุพรรณ ทองสงค์ จึงเป็นเรื่องของ การต่อรอง, ความพึงพอใจของทั้งสองสโมสร ที่ต่างมองกันคนละมุม คุ้มกันคนละแบบ… แต่ก็ถือว่า นี่เป็นอีกหนึ่งดีล ที่สร้างสีสันให้กับ ตลาดซื้อขายเลกสองได้ไม่น้อย ส่วนใครจะคุ้มกว่านั้น? กาลเวลาและผลตอบแทนจากตัวนักเตะ จะเป็นผู้ให้คำตอบนี้ได้ดีที่สุด